เปิดคลิป ไอ้เอส ง้อน้องพลอย บอก…รักผู้หญิงคนนี้ ก่อนอุ้มฆ่า

 เผยคลิป ไอ้เอส อดีตแฟนหนุ่ม ชูป้ายง้อขอคืนดีน้องพลอย บอก “ผมรักผู้หญิงคนนี้”  ก่อนอุ้มฆ่าเผานั่งยางในพื้นที่แก่งคอย จ.สระบุรี วันที่ 17 สิงหาคม 2560 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า จากคดีสะเทือนขวัญ นายพลกฤต วิเศษ อดีตทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ก่อเหตุอุ้มฆ่าน้องพลอย น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี เนื่องจากผู้ตายพยายามตีตัวออกห่าง หลังทราบว่าฝ่ายชายมีภรรยาแล้ว และอำพรางศพด้วยการเผานั่งยางในพื้นที่แก่งคอย จ.สระบุรี ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุดพบว่า นายพลกฤต ได้เคยทำคลิปเพื่อง้อขอคืนดีอดีตแฟนสาว ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรม โดยภายในคลิปมีภาพของนายพลกฤต นั่งถือกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ผมรักผู้หญิงคนนี้” แล้วก็ใส่ภาพของน้องพลอย และภาพคู่ที่เคยถ่ายด้วยกันเข้าไปในคลิปด้วย โดยเลือกเพลงเกิดมาแค่รักกัน ของวงบิ๊กแอส  มาประกอบคลิป

 

ที่มา : kapook

แม่สุดทน แจ้งความจับเพจปลอม กุข่าวลูกสาววัย 1 ขวบครึ่งถูกข่มขืน

      แม่สุดทน โร่แจ้งความลูกสาววัย 1 ขวบ 8 เดือน โดนเพจปลอมใช้ภาพเขียนข่าวปลอมว่าถูกฆ่าข่มขืนในวันแม่ ขอเสพข่าวอย่างมีสติ วอนแชร์ต่อให้รู้ว่าไม่ใช่เรื่องจริง จากกรณีที่มีการแชร์ข่าวปลอมจากเว็บไซต์ปลอมแห่งหนึ่ง โดยมีการใช้ภาพของเด็กหญิงรายหนึ่งเป็นภาพประกอบในข่าว โดยระบุว่าแม่พาไปเที่ยวทะเล ก่อนโดนข่มขืนโยนศพทิ้งโขดหิน จนมีการแชร์สนั่นในโลกโซเชียล

ล่าสุด วันที่ 13 สิงหาคม 2560 เดลินิวส์ออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ น.ส.กุลสตรี ขวัญมา อายุ 21 ปี แม่ของเด็กหญิงคนดังกล่าว ระบุว่า มีเพจข่าวแห่งหนึ่ง ได้สร้างเว็บไซต์ข่าว โดยใช้รูปของน้องเทียนหอมวัย 1 ขวบ 8 เดือน ไปแอบอ้างประกอบข่าวกระทำชำเรา เมื่อตนทราบรู้สึกสะเทือนใจมาก แม้จะไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หนองสาหร่าย จ.นครราชสีมา แล้ว

น.ส.กุลสตรี กล่าวต่อว่า การเขียนข่าวทุกวันนี้เหตุใดถึงออกมาเป็นเช่นนี้ เด็กในรูปคือน้องเทียนหอมลูกสาวตน การจะเขียนข่าวอะไรต้องมีที่มา ทำไมถึงต้องนำรูปน้องเทียนหอมไปใช้ ขอยืนยันว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอม ใครที่เจอข่าวนี้อย่าหลงเชื่อ เนื่องจากลูกถูกแอบอ้างใช้รูป อยากตามตัวคนเขียนข่าวแล้วถามว่า ทำไมต้องเขียนข่าวแบบนี้ ทำไปเพื่ออะไร ข่าวจากเว็บนี้คนแชร์เยอะมาก ภาษาที่ใช้ก็ผิด เขียนภาษาไทยไม่ถูก ไม่รู้ว่าเป็นเด็กหรือไม่ ตอนนี้ได้ส่งเรื่องไปทาง ปอท. แล้ว และกำลังเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับเว็บข่าวปลอม ขอให้เสพข่าวอย่างมีสติและฝากแชร์บอกต่อด้วยว่า ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องจริง

 

ที่มา : kAPOOK

ดีเอสไอรับ “แชร์คอร์สสัมมนา” เป็นคดีพิเศษ เหยื่อ 4 พัน สูญกว่า 2 พันล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ส.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ และรองโฆษก ดีเอสไอ ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายภูดิศ กิตติธราดิลก อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288/8 ม.5 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน กรณีที่นายภูดิศได้เปิดบริษัท เดอะ ซิสเต็ม ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ จำกัด และบริษัท อินโนวิชั่น โฮลดิ้ง จำกัด หลอกลวงให้ประชาชนมาร่วมลงทุนซื้อแพ็คเกจคอร์สสัมมนา มีผู้เสียหายกว่า 4,000 คน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท

พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้เสียหายจำนวนมากว่าถูกหลอกลวงโดยการโฆษณาชวนเชื่อ ผ่านสื่อมีเดียต่าง ๆ เช่น แอพพลิเคชันไลน์ และเฟสบุ๊ก ให้ร่วมลงทุนซื้อแพ็คเกจสัมมนา หลักสูตรทางการเงินกับบริษัท เดอะ ซิสเต็มฯ และบริษัท อินโนวิชั่นฯ ที่มีนายภูดิศเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ซึ่งอ้างว่าจะนำเงินทุนของผู้เสียหายไปลงทุนในตลาดการซื้อขายเงินตราโดยตกลงจะจ่ายผลตอบแทนการลงทุนในอัตรา ร้อยละ 7 ต่อสัปดาห์ ในเวลา 1 ปี

พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนระหว่างเดือน ส.ค.2558-ก.ย.2559 บริษัทดังกล่าว ได้ชวนผู้เสียหายร่วมลงทุนใน 5 แพ็คเกจ และโฆษณาชวนเชื่ออีกว่า หากผู้ลงทุนคนใดสามารถแนะนำบุคคลอื่นให้มาร่วมลงทุนด้วย จะได้รับเงินตอบแทนค่าแนะนำตามลำดับชั้น ซึ่งมีทั้งหมด 20 ชั้น ปรากฎว่ามีผู้เสียหายกว่า 4,000 คน หลงเชื่อและร่วมโอนเงินร่วมลงทุน ซึ่งในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนตามที่กำหนด แต่ภายหลังผู้เสียหายไม่ได้รับผลตอบแทน กลุ่มผู้เสียหายจึงรวมตัวเดินทางไปที่ 2 บริษัทเช่าอยู่ที่อาคารฟอรั่ม ทาวเวอร์ ถ.รัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. แต่ก็ได้ปิดกิจการไปแล้ว และนายภูดิศก็ได้หลบหนีไป ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท

พ.ต.ท.พเยาว์ เปิดเผยต่อว่า ทั้งนี้ มีผู้เสียหายบางส่วนได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง และทางสน.ห้วยขวางได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายศาล ซึ่งสามารถจับกุมตัวนายภูดิศได้ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายภูดิศกำลังเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ตามหมายจับของสน.ห้วยขวาง และเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ จึงได้อนุมัติรับกรณีดังกล่าวไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ดังนั้น ดีเอสไอจะประสานงานกับสน.ห้วยขวางเพื่อรับโอนสำนวนมาสอบสวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวดีเอสไอได้สาธิตการใช้แอพพิเคชั่นการตรวจสอบว่าธุรกิจใดเสี่ยงหรือเข้าช่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้แล้วในระบบแอนดรอย์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกหลอกและหลงเชื่อได้ง่าย ซึ่งภายในขั้นตอนแอปพิลเคชันจะมีการทำแบบสอบถาม เพื่อประเมินถึงความเสี่ยงที่กำลังจะเกิดขึ้น ภายในแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า “แชร์ลูกโซ่” ซึ่งในขณะนี้สามารถดาวน์โหลดได้แล้วในโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอย และจะมีการพัฒนาไปในระบบไอโอเอสต่อไป

ที่ามา : khaosod

แฉเกมส์เสี่ยงดวงงานวัด! ดวงเราแย่ หรือ แพ้กลโกง

แฉเกมส์เสี่ยงดวงงานวัด! ดวงเราแย่ หรือ แพ้กลโกง

    ไปงานวัดแล้วนึกถึงอะไรหากไม่ใช่รถไต่ถังและชิงช้าสวรรค์ แต่ ณ ปัจจุบันเสน่ห์งานวัดเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นสถานที่เสี่ยงโชคเสี่ยงดวงไปแล้ว โดยมีการหารายได้จากเกมส์เสี่ยงโชคมากมาย แต่เคยคิดบ้างไหมว่าทำไมลองไปเล่นไปเสี่ยงดวงแล้วไม่เคยได้ของรางวัลที่มีค่าเลยสักครั้งเดียว หรือ อาจจะเป็นเพราะดวงไม่ดีหรือไม่มีโชคหรืออย่างไร

ซึ่งเกมส์ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายคือเกมส์หมุนลูกศรเสี่ยงโชคโดยจะมีแรงจูงใจเป็นของรางวัลใหญ่ที่ชวนให้น่าเข้าไปลองแทงเสี่ยงดวงกันไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอทองคำ ไอโฟน หรือสิ่งของที่มีค่าอื่นๆ สลับกับของรางวัลที่มีราคาน้อยตามลำดับ

โดยความพิเศษของเกมส์นี้คือถ้าผู้เล่นไม่อยากได้สิ่งของก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันทีทำให้เกมส์นี้ได้รับความนิยมจากผู้เสี่ยงโชคเป็นจำนวนมาก

13e3

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือผู้เล่นที่เข้าไปร่วมเสี่ยงดวงกลับไม่เคยได้รับรางวัลใหญ่ๆเลยแม้แต่ครั้งเดียว สวนทางกลับลูกค้าบางคนที่จะได้ของรางวัลใหญ่เสมอๆ จนน่าอิจฉา พาลให้คิดไปว่าเค้าดวงดีขนาดนั้น หรือ เราดวงซวยกันแน่ ลองไปดูกัน

เกมส์ลูกศรเสี่ยงดวงนั้นจะตั้งโต๊ะสี่เหลี่ยมแล้วแบ่งเป็นช่องๆ เพื่อให้ผู้ร่วมเล่นเข้ามาร่วมสนุกเพื่อชิงรางวัล โดยจะมีการขายชิปเพื่อให้ผู้เล่นนำไปวางตามช่องรางวัลที่ตนเองอยากได้ หรือ จะซื้อแบบเหมาเป็นรอบก็ได้ พูดง่ายๆคือซื้อทุกช่องนั่นเอง

จากนั้นผู้เสี่ยงดวงจะเป็นผู้หมุนหัวลูกศรเพื่อเสี่ยงดวง หากลูกศรหยุดตรงช่องไหนคนที่วางชิปตรงช่องนั้นก็จะได้รับของรางวัลไป แต่อนิจจาลูกศรดันหยุดเฉพาะช่องที่มีของรางวัลราคาน้อยๆ ซึ่งมีราคาไม่ถึงเงินที่เราแลกชิปไปเป็นเพราะอะไร

1er3w

กลโกงของการหมุนลูกศรถึงแม้ว่าผู้เล่นจะเป็นผู้หมุนเอง แต่ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าเจ้ามือจะหาช่องทางในการหยุดลูกศรโดยการซ่อนแท่งเหล็กไว้ใต้โต๊ะที่เชื่อมติดกับเข็ม จากนั้นอาจจะใช้สะโพกหรือหน้าขาดันแกนเหล็กนั้นเพื่อบังคับให้ลูกศรหยุดในจุดที่ต้องการ โดยการบังคับต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวด้วยเพื่อไม่ให้ผู้ร่วมเล่นคนอื่นสงสัย

นอกจากนี้ยังมีหน้าม้าอาจจะ 2-3 คนเป็นผู้ร่วมเล่นด้วยโดยจะแกล้งร่วมเล่นให้ได้รางวัลใหญ่ๆเพื่อแสดงให้เห็นว่ามีการแจกรางวัลใหญ่จริงๆ ถ้าสังเกตดูจะพบว่าคนได้รางวัลใหญ่จะมีหน้าเดิมๆ ทั้งนั้นเพราะเป็นพวกเดียวกัน

และยังมีหน้าม้าอีก 1 คนที่ทำทีเป็นผู้เล่น แต่จะมีหน้าที่ในการสังเกตผู้เล่นคนอื่นว่ามีใครกำลังจับพิรุธเจ้าของโต๊ะอยู่หรือไม่ และยังทำหน้าที่เชียร์แขกหรือผู้เล่นให้เข้ามาเล่นเพิ่มเติมอีกด้วย

1rer3

ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะลงทุนเหมารอบหรือว่างช่องทุกช่องก็จะไม่สามารถเอาชนะเกมส์นี้ได้เพราะมีการควบคุมลูกศรให้ตกเฉพาะช่องที่มีรางวัลน้อยกว่าราคาซื้อชิป ซึ่งเห็นแบบนี้แล้วคุณอยากจะเข้าไปเสี่ยงดวงอยู่หรือไม่

อีกหนึ่งคำถามที่ค้างคาใจว่าเกมส์เสี่ยงดวงเหล่านี้คือการพนันหรือไม่ และที่สำคัญผิดกฎหมายหรือเปล่า..?

ทาง Sanook! News ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวซึ่งได้แสดงความคิดเห็นว่า เกมส์เสี่ยงดวงต่างๆ ที่มีของรางวัลล้วนเข้าข่ายเป็นการพนัน อยู่ในประเภท ข. ซึ่งต้องขออนุญาตในการจัดได้ โดยไม่สามารถใช้พื้นที่บริเวณสถานศึกษาและบริเวณวัดได้

1r34v

ซึ่งตามกฎหมายไทยได้แบ่งแยกการพนันออกเป็น 2 ประเภท คือ บัญชี ก. ห้ามเล่นโดยเด็ดขาด ได้แก่ หวย ไพ่ ไฮโล บาคารา ฯลฯ

ส่วนบัญชี ข. สามารถเล่นได้แต่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน อาทิเช่น การละเล่นต่างๆ ซึ่งให้สัตว์ต่อสู้หรือแข่งขันกัน การชกมวย ฟุตบอลโต๊ะ จับสลาก สลากกินแบ่ง สลากกินรวบ เป็นต้น

ต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบเสี่ยงดวงหากไปเที่ยวงานวัดแล้วเจอเกมส์เสี่ยงดวงประเภทนี้คิดจะเข้าไปเสี่ยงดวงก็ต้องอย่าโลภ หากโลภเมื่อไหร่ผีพนันก็จะเข้าสิงจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะการเสี่ยงดวง หรือ การพนันอยู่ที่เราเลือกว่าจะไปทางไหน 

ที่มา : kapook

แอนตี้ อดีตสาวขี้เหร่โจรไม่กล้าข่มขืน พลิกปรับลุคจนสวย โต้เป็นเด็กเสี่ย

แอนตี้ วนารี

หากยังจำกันได้เมื่อปี 2558 เคยมีข่าวดังข่าวหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก กับกรณีของหญิงสาวรายหนึ่งที่ถูกโจรดักจี้ปล้น แต่ไม่กล้าข่มขืน เพราะหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ซึ่งในตอนนั้น เธอเป็นผู้หญิงอ้วนดำหน้าสิวคนหนึ่ง แต่เหตุการณ์วันนั้นก็กลายเป็นจุดพลิกชีวิตของเธอในที่สุด ล่าสุด (6 สิงหาคม 2560) รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้พูดคุยอัปเดตเรื่องราวชีวิตของ คุณวนารี ส่งเสริม  เจ้าของฉายา “มีหน้าตาเป็นอาวุธ” หรือ แอนตี้ อายุ 25 ปี เธอบอกว่า ทุกวันนี้จำเหตุการณ์ได้จาง ๆ ราง ๆ จนเกือบจะเลือนหาย และมันก็กลายเป็นเรื่องตลกสำหรับเธอไปแล้ว หลังจากเหตุการณ์วันนั้น บอกเลยว่า ไม่ใช่เพราะโจรที่ทำให้เธอลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง แต่เป็นเพราะทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคำล้อ เจ็บปวดที่คนบอกว่า เรามีหน้าตาเป็นอาวุธ ทำให้เธอหันกลับมาดูแลตัวเอง และหลังจากที่หน้าตาดีขึ้น อาชีพการงานก็ดีขึ้นตามไปด้วย จากพนักงานธรรมดา ตอนนี้เธอเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง

แอนตี้ วนารี

แอนตี้ วนารี

แอนตี้ เล่าให้ฟังว่า โจรบุกมาจี้ที่หน้าบ้านของเธอใน จ.สมุทรสาคร เมื่อปี 2558 แล้วก็มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเธอขี้เหร่ โจรเลยไม่ข่มขืน ซึ่งพอคนล้อเยอะ ๆ ก็เหมือนกับโดนด่า ทำให้เธอขาดความมั่นใจ หลังจากเกิดเรื่องเวลาออกจากบ้าน ก็ต้องใช้หน้ากากอนามัยปิดหน้าตลอดเวลา แต่หลังจากปฏิวัติตัวเอง เธอก็ได้พบกับโลกใหม่ พอสวยขึ้น อะไร ๆ ก็ดีขึ้น ส่วนการปรับลุคตัวเองนั้นเธอต้องดูแลตัวเองทั้งรูปร่าง หน้าตา การแต่งตัว ทรงผม เรียกว่าเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า และยืนยันว่าไม่ได้ทำศัลยกรรมใด ๆ เพียงแต่ดูแลตัวเองจากแรงผลักดันที่คนค่อนขอดว่า มีหน้าตาเป็นอาวุธ ส่วนที่มีกระแสว่า สวยขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเป็นเด็กเสี่ยนั้น เธอยืนยันว่า ไม่ใช่ความจริงแน่นอน

แอนตี้ วนารี

“คือเวลามันจะช่วยเยียวยาทุกอย่างค่ะ ตอนนั้นแอนค่อนข้างจะรู้สึกไม่ดี มันกลายเป็นเรื่องตลกไปแล้ว เพราะใคร ๆ ก็ถามแอนเรื่องนี้ แอนตอบจนมันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แอนก็รู้เสึกเฉย ๆ กับมันนะ เราไม่ได้ซีเรียสกับความสวยมาตั้งแต่ทีแรก คือแต่ก่อนเราคิดเสมอว่าเราไม่จำเป็นต้องสวยนะ เพราะงานของเราก็ไม่ได้ใช้หน้าตา จนถึงตอนนี้ใครมาทักมาแซวว่า แหม มีหน้าตาเป็นอาวุธนะ แอนก็เฉย ๆ นะ เฉย ๆ มาก ทุกวันนี้แอนยังจำหน้าเขา (โจร) ได้นะ เป็นผู้ชายคนแรกที่เจอแล้วจำได้จนวันตาย

ถ้าจะให้แอนพูดกับเขาคือ ขออย่ามาพบมาเจอกันอีก เพราะถ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นมันรู้สึกแย่มาก ไม่ได้อยากขอบคุณเค้าด้วยที่ทำให้เราสวยขึ้น คือเราสวยของเราเอง เพราะคำนี้คนอื่นดูถูกเรา แต่ส่วนตัวแอนก็ไม่ได้จองล้างจองผลาญอะไรกับเขา ถือว่าฟาดเคราะห์ไป” แอนตี้ กล่าว

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

แอนตี้ วนารี

แอนตี้ วนารี

แอนตี้ วนารี

ที่มา: kapook

ได้ใจชาวเน็ต…รปภ.สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถตำรวจ จอดในที่ห้าม

รปภ. สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถตำรวจ

          รปภ. ล็อกล้อรถตำรวจจอดในที่ห้าม กลางสนามบินอุดรฯ เผยไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยล็อกรถตำรวจมาแล้ว แต่ไม่มีคนถ่ายรูป ชาวเน็ตแห่กดไลค์รัว ๆ บอกเป็นผู้รักษากฎหมายแท้ ๆ แต่กลับทำผิดซะเอง 

          เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2560 โลกออนไลน์ได้มีการ โพสต์ภาพ ภาพของเจ้าหน้าที่ รปภ. คนหนึ่ง กำลังทำการล็อกล้อรถกระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในราชการ จอดอยู่ในที่ห้ามจอดของสนามบินอุดรธานี พร้อมกับระบุข้อความว่า “หน้าที่ต้องปฏิบัติ…สนามบินอุดร รถตำรวจถูกล็อกล้อ สุดยอดครับ…โดนยามสนามบินล็อก #ทำผิดต้องโดน”

          งานนี้ชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลค์รัว ๆ ส่วนใหญ่แสดงความชื่นชม รปภ. ท่านนี้ ว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นใครที่ทำผิดกฎ ก็ต้องมีบทลงโทษเหมือนกันทุกคน บ้างก็ต่อว่าตำรวจว่าเป็นผู้รักษากฎหมายแท้ ๆ แต่ทำผิดซะเอง อย่าลืมไปเสียค่าปรับนะ บางคนก็บอกว่าเป็นภาพที่หาดูได้ยาก

รปภ. สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถตำรวจ

          ล่าสุด (2 สิงหาคม 2560) นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว โดยได้รับรายงานว่ามีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาจอดรถนานกว่า 30 นาที ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดบริการรับ-ส่งผู้โดยสารที่ขึ้นรถเท่านั้น ห้ามจอดโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นรถของทางราชการหรือประชาชนทั่วไป ซึ่ง รปภ. ของท่าอากาศยานก็ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย จึงขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ และการล็อกครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาก็ล็อกรถของตำรวจมาแล้ว แต่คนละสังกัด และไม่มีการถ่ายภาพออกสื่อ ซึ่งไม่ว่าใครทำผิดก็ต้องมีบทลงโทษเหมือนกัน เพราะทุกคนต้องเท่าเทียมกัน

 

รปภ. สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถตำรวจ

 

รปภ. สนามบินอุดรฯ ล็อกล้อรถตำรวจ

ที่มา : kapook

วิจิตรตระการตา!พานไหว้ครูอาชีวชล คว้ารางวัลชนะเลิศ

5451212121212-696x403

คุณ Nattawud Sueamang  และคุณ Bell Buddy Chonburi  ได้โพสต์คลิปและภาพ การทำพานไหว้ครู ประจำห้อง ปวส.2/2 ภาควิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี โดยผู้โพสต์ระบุว่าคอนเซ็ปท์ โคมไฟแชนเดอเรียคริสตัล ของวิทยาลัยอาชีวชลบุรี แผนกอาหารและโภชนาการ ปวส.2/2 #ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ที่สุดจริงๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่า พานดังกล่าวมีความสวยสดงดงามอลังการงานสร้าง วิจิตรตระการตา จนสุดท้ายพานดังกล่าวได้รับรางวัลชนะเลิศ จนกลายเป็นที่โด่งดังในโลกออนไลน์อย่างมาก

18920345_2466307210263441_6408223839895049402_n

18882227_2466021903625305_3070341398307730971_n-696x928

18921768_2466142476946581_8371028251899401514_n

ที่มา:khaosod

“เสี่ยปาน”ปลูกบ้านหรู จาก30ล.เหลือหลักแสน

เสี่ยปาน1

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 339 หมู่ 14 บ้านหนองบ่อ ต.หนองหาน  อ.หนองหาน จ.อุดรธานี บนพื้นที่ 30 ไร่  ของนายยงยุทธ แก้วสวนจิก หรือ เสี่ยปาน  อายุ 40 ปี อดีต รปภ.  ที่ถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 กันยายน 2558 มูลค่า30 ล้านบาท แต่ต่อมามีเรื่องผิดใจกันกับภรรยาเรื่องเงินจำนวนนี้ จนเรื่องขึ้นศาล และเสี่ยปานตัดสินใจแยกทางกับภรรยา โดยได้ให้เงินสดภรรยาไป 2.1 ล้านบาท พร้อมซื้อรถยนต์กระบะให้ 1 คัน และจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเดือนละ 7,000 บาท  โดยเสี่ยปานก็มาซื้อที่ดิน 30 ไร่ มูลค่า3 ล้านบาท และสร้างคฤหาสน์หรือบ้าน อยู่ในที่ดิน อยู่อย่างโดดเดี่ยว

ด้านนายยงยุทธ หรือ เสี่ยปาน กล่าวเปิดใจว่า ในตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่อย่างพอเพียง เงินก้อนใหญ่ที่ได้มาทำประกันชีวิตไว้ให้กับลูกชาย  ซื้อที่ดินเอาไว้ 6 แปลง มีรถยนต์ จำนวน 3 คัน และรถไถ 1  คัน  ซึ่งก็ได้ไปซื้อที่ดินติดกับถนนอุดรหนองหาน เปิดร้านขายของส่งในตอนนี้ ให้พี่สาวดูแลให้  โดยได้ลงทุนขูดสระเลี้ยงปลาจำนวน 7 บ่อ เลี้ยงวัว ปลูกผัก เอาไว้กินและขายบ้าง และในตอนนี้ เหลือเงินสดในธนาคารไม่กี่แสนบาท โดยบ้านหลังใหญ่ ที่สร้างไว้นั้น ในตอนแรกหวังว่าให้กับภรรยา ลูก พี่น้องญาติๆ มาอยู่ด้วย แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ไม่เป็นไร ในตอนนี้อาศัยอยู่บ้านคนเดียว  ห้องนอนที่เตรียมไว้สำหรับลูกชาย ก็คิดว่าสักวันหนึ่งลูกชายคงจะได้มาอยู่ ส่วนอดีตภรรยา ทราบจากญาติพี่ของเขาว่า ไปทำงานที่ไต้หวัน ล่าสุดตนได้พบลูกชาย อายุ 2 ปี 4เดือน ไม่สบาย เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ถึงมีโอกาสได้เจอเขา  แต่อยู่ด้วยกันในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งอดีตภรรยา ได้สั่งทางบ้านไว้ว่า ห้ามตนไม่ให้เจอลูกชาย รู้สึกน้อยใจมาก

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสังคมมีประณามตน ไม่รู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ระหว่างตนกับอดีตภรรยา ถ้าตนเป็นคนเห็นแก่ตัว คงไปศัลยกรรมใบหน้าที่เกาหลีแล้ว คงจะมีเมียใหม่ เป็นสาวพริตตี้นานแล้ว ทุกวันนี้ชีวิตแบบอยู่เพื่อลูกเท่านั้น ในการสร้างบ้านหลังใหญ่ขึ้นมานั้น เนื่องจากได้เซ็นสัญญาถมที่ดินแล้ว มัดจำเอาไว้ 3 แสนบาท ก็เลยต้องทำต่อไป ในวันนี้คิดถึงลูกชายมากก็จะเปิดคลิปในโทรศัพท์ดู แต่รู้สึกเสียใจโอกาสของลูกชาย ควรจะมีมากกว่านี้ ในเรื่องการศึกษาและความเป็นอยู่ ที่สำคัญผมมีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็คืออย่าเกิดมาจน หรือ มีหนี้สินเท่านั้นเอง ในตอนที่ตนจะไปหาก็ไม่เจอ แต่พอตนรวยขึ้นมาก็ไม่ลืมญาติพี่น้อง ซึ่งตนช่วยเหลือให้เงินไปทุกคน

สำหรับเงินจำนวน30 ล้านบาท ยอมรับว่าไม่ใช่ทำให้ครอบครัวของตัวเองแตกร้าว เพราะมันมีปัญหากัน ก่อนถูกลอตเตอรี่มาก่อนหน้านี้ ในเรื่องการกลับมาคืนดีกับภรรยา คงเป็นไปไม่ได้หรอก ขอให้ตายจากกันไปดีกว่า เพราะแฟนที่ดีของตนมันตายไปแล้ว คงที่เคยดูแลห่วงใยมันไม่มีแล้ว ตนของเก็บไว้ในใจดีกว่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ในตอนนี้ รวมมูลค่าแล้ว 20 ล้านบาท คงจะเป็นของลูกชายในอนาคตต่อไป

เสี่ยปาน2

เสี่ยปาน3

ที่มา:dailynews

SmartStop แผ่นติดผิวหนังช่วยเลิกบุหรี่ ให้ผิวหนังดูดซึมสารนิโคติน

SmartStop แผ่นติดผิวหนังช่วยเลิกบุหรี่

SmartStop แผ่นติดผิวหนังสำหรับช่วยเลิกบุหรี่ ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยปล่อยสารนิโคตินให้ดูดซึมผ่านผิวหนัง ทำให้ร่างกายของผู้ใช้ได้รับสารนิคอตินเพียงพอจนไม่รู้สึกอยากสูบบุหรี่ ช่วยให้สามารถลดและเลิกบุหรี่ได้ง่ายขึ้น โดยภายใน SmartStop มีบรรจุสารนิโคตินเอาไว้ พร้อมตัวควบคุมการปล่อยสารนิโคตินในแต่ละช่วงเวลาของวัน ได้แก่ ช่วงเช้า 30 แรกหลังตื่นนอน เนื่องจากมีผลวิจัยว่าคนสูบบุหรี่จำนวน 80% จะสูบในช่วงเวลานี้ ตามด้วยช่วงเวลาหลังอาหารกลางวันและเย็น

SmartStop แผ่นติดผิวหนังช่วยเลิกบุหรี่

          SmartStop จะมีแบตเตอรี่ในตัวและสามารถเชื่อมต่อกับแอพฯ สมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อแสดงข้อมูลการปล่อยสารนิโคตินและบันทึกเป็นสถิติเก็บไว้ดูย้อนหลังได้ โดยเป้าหมายของการพัฒนา SmartStop ก็คือการช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ภายใน 10 สัปดาห์ แต่ในขณะนี้ SmartStop ยังมีให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียเท่านั้น   ติดตามข่าวสาร เรื่องราวข่าวไอที รู้ทันทุกเรื่องไม่ตกเทรน เว็บไซต์ข่าวสารอัพเดท ได้เร็ว ใช้งานง่าย รูปแบบทันสมัย รับทำเว็บไซต์ กระบี่ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำเว็บไซต์ รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ?

ภาพจาก psfk

เปิดนาทีระทึก!! รถพ่วง 18 ล้อเบรกแตก ก่อนชนจนไฟลุกท่วมคันที่ เขาโทน จ.ปราจีนบุรี

เปิดนาทีระทึก!! รถพ่วง 18 ล้อ เบรกแตกชนยับ 11 คันรวด ก่อนไฟลุกท่วมคัน ที่เขาโทน จ.ปราจีนบุรี

32

33

ขอบคุณคลิปจาก : Baabin

ที่มา : Baabin